ARTEMIS FOWLS part2
posted on 21 Mar 2007 21:37 by lorun in fictionจันทร์ครึ่งเสี้ยวสีเงินยวงกลางฟ้าท่ามกลางเมฆหมอกอ่อนเบาสวยราวภาพฝัน
แก๊งแก๊ง หอนาฬิกาที่ประกอบด้วยระฆังทองเหลืองด้านบน ซึ่งจะตีทุกๆ ชั่วโมงจำนวนครั้งตามเข็มสั้นที่ชี้ไปได้รับการตกแต่งตามสถาปัตยกรรมของปารีสสมัยเก่า หรู...งาม อีกทั้งยังกลมกลืนเข้ากับอาคารสถานอื่นๆ ได้อย่างน่าประหลาด
ในสายตาของอาร์ทิมิสนับว่าเซนต์บาร์เทิลบี้เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ดูดีไม่เลวเลยทั้งเวลากลางวันและกลางคืน นอกเสียจากเจ้าพวกคณาจารย์สมองตื้นนั่น
ภายในตัวอาคารกลาง แสงจันทร์ที่โผล่พ้นเมฆเล็กน้อยสะท้อนผ่านกระจกเข้าไป ปรากฏให้เห็นร่างเล็กบางร่างหนึ่งกำลังเดินไปทางระเบียงปีกตะวันตก ตามนัดหมายแม่นมั่น
อาร์ทิมิสค่อยๆ เดินไปอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจนัก ชีพจรเต้นเป็นปกติและลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ แต่ละย่างก้าวเงียบกริบสมกับที่ได้รับการอบรมมาอย่างลูกผู้ดีมีสกุล ความสงบเป็นอย่างยิ่งของเขากระจายฉายชัด เด็กหนุ่มไม่แยแสเลยว่าศาสตราจารย์บูรเกนย์จะรอนานแค่ไหน บัตเลอร์ติดตามมาอย่างเงียบกริบเฉกเช่นเดียวกัน หากแต่เขาอยู่ข้างนอกและอาร์ทิมิสนายน้อยอยู่ภายในตัวอาคาร
อาร์ทิมิสเดินมาเรื่อยเปื่อยเฉื่อยฉิวจนถึงห้องฟิสิกส์ของศาสตราจารย์บูรเกนย์ แสงไฟที่ลอดออกมาจากประตูห้องเล็กน้อยช่างเป็นที่สังเกตในความมืดมิด อาจารย์แทบทุกคนมีสิทธิพิเศษที่จะอยู่โรงเรียนในช่วงดึกดื่นเพื่อทำงานที่ค้างไว้ วิจัย หรือเตรียมการสอนให้เสร็จสิ้น เพียงการลงชื่อในสมุดและแจ้งความประสงค์ขอใช้ห้องใดห้องหนึ่งก็สามารถจะอยู่ได้ไปถึงเช้า โดยเฉพาะศาสตราจารย์บูรเกนย์ ผู้ใช้สิทธิพิเศษนี้ด้วยเรื่องส่วนตัว
คืนนี้ไม่มีอาจารย์คนอื่นอยู่แม้แต่คนเดียว
ก๊อกก๊อก อาร์ทิมิสเคาะประตูตามมารยาทที่สุภาพชนทุกคนพึงมี และผู้ที่อยู่ภายในห้องก็ตอบรับตามมารยาทเช่นกัน
เชิญ น้ำเสียงพยายามดัดให้ทุ้มห้าวฟังไม่รื่นหู อาร์ทิมิสเปิดประตูเลื่อนเข้าไปก็เห็นศาสตราจารย์บูรเกนย์นั่งอล่างฉ่างฉีกขาเสียกว้างอ้าซ่าอยู่บนเก้าอี้บุขนเฟอร์อย่างดีที่เขานำมาเอง
เหมือนเช่นเมื่อกลางวัน น้ำชา 2 ถ้วยและกาวางอยู่ ไอร้อนกรุ่นมีกลิ่นแตกต่างไปคราวนี้เป็นดาร์จิลิน แต่มีกลิ่นที่รุนแรงจนแทบจะกลบความหอมหวานของดาร์จิลินขึ้นมาแทน กลิ่นกำยานที่รุนแรงแผกไปจากเมื่อเช้า ครั้งนี้เป็นกลิ่นที่เพียงสูดดมเข้าไปสัก 10 นาทีร่างกายและประสาทสัมผัสตามนิ้วมือและกล้ามเนื้อขาจะชาสนิท
เพียงแต่
ฟาวล์หนุ่มน้อยเคยโดนบัตเลอร์บังคับให้ฝึกการหายใจไม่ให้ก๊าซพิษหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย เพราะเป็นสิ่งที่องครักษ์ร่างยักษ์เห็นว่าเขาคงไม่สามารถกระทำแทนนายน้อยได้ อย่างดีก็แค่เอาผ้าเช็ดหน้าปิดไว้ในชั่วโมงเร่งด่วน หรือวิ่งหาหน้ากากกันก๊าซพิษ ซึ่งถ้าถึงเวลาจริงๆ ก็คงไม่ทันการอีก การให้ฝึกหายใจจึงดีที่สุด
เริ่มต้นจากการหายใจด้วยปากอมอากาศเอาไว้ คลายบ้างเป็นบางทีเพื่อเติมก๊าซออกซิเจน และใช้กล้ามเนื้อปิดช่องหายใจทางโพรงจมูกที่เชื่อมกับสมอง เขาอุตส่าห์ฝึกแทบตาย เสียอย่างเดียวที่การหายใจแบบนี้มันจะทำให้หน้าตาเกิดอาการซับสีโลหิตขึ้นมาฉับพลัน
อาร์ทิมิสรู้เสียทุกสิ่ง ทั้งกลิ่นกำยาน และวิธีการหายใจซึ่งดูเผินๆ จะเหมือนการยั่วยวนฝ่ายตรงข้าม แต่สิ่งหนึ่งที่เขากลับมองข้ามไปในค่ำคืนนี้
ศาสตราจารย์บูรเกนย์วางแผนซ้อนไว้ 2 ชั้น เพื่อกันการผิดพลาด เขาเริ่มต้นบทสนทนาตั้งแต่อาร์ทิมิสก้าวเข้าสู่ห้องของเขา
สวัสดีหนุ่มน้อย เธอคงเดินมาจากหอพักไกลน่าดู นั่งลงดื่มชาเสียก่อนเถอะ
อาร์ทิมิสทำตามคำต้อนรับด้วยทีท่าที่ดูไม่ออกว่าเต็มใจหรือประชดจะทำ อย่างไรก็ดี เขายกถ้วยขึ้นมานิดหนึ่ง แล้วทำหน้าแหย
ผมเกลียดดาร์จิลิน ปากอิ่มเอ่ยออกมาด้วยท่าทางไร้เดียงสา ศาสตราจารย์บูรเกนย์เลิกลั่ก
เอ่องั้นก็ไม่เป็นไร เธอวางไว้ก่อนเถอะ แล้วฉันจะชงเอริล์เกรย์ให้
ไม่ต้อง ผมไม่กระหาย ศาสตราจารย์บูรเกนย์หยุดกึก รู้สึกถึงดวงแก้วสีลูกโลกที่ทรงอำนาจ
นั่งเถอะ อาร์ทิมิสบอกราวกับเป็นเจ้าของห้องเสียเอง น้ำเสียงเรียบไม่แสดงออกถึงความเคารพแม้แต่น้อย ศาสตราจารย์บูรเกนย์ยอมนั่งลงโดยดี
บัตเลอร์นั่งดูสถานการณ์อยู่ข้างหน้าต่างอย่างละเอียดถี่ยิบ สายตาทั้งคู่จับจ้องสังเกตการเคลื่อนไหวถี่ยิบ หวั่นว่าไอ้หมูตอนนั่นมันจะทำอะไรนายน้อยอาร์ทิมิสของเขา
ผมต้องการรูปและฟิล์มคืน กรุณานำมาให้ผมด้วย ศาสตราจารย์บูรเกนย์พยายามทำเหมือนไม่แยแสต่อคำปรารภนั่น แต่มันก็ช่างไม่แนบเนียนเอาเสียเลย
ได้แน่...ได้แน่นอน ฟาวล์น้อย เพียงแต่เธอต้องทำอะไรให้ฉันซะก่อน สายตาล้นปรี่ด้วยไฟราคะไล้เลียไปทั่วร่างของอาร์ทิมิสที่แม้จะมีสูทสีเทาเข้มปิดทับเรียบร้อย แต่เด็กหนุ่มก็ยังรู้สึกขยะแขยงเหลือจะเอ่ย
อะไรจะรับรองว่าหลังจากผมทอดกายให้ คุณจะคืนรูปให้ผม อาร์ทิมิสกล่าวตรงๆ ไม่อ้อมค้อม เขารู้ถึงความปรารถนาของไอ้หมูอ้วนนี่ดี ศาสตราจารย์บูรเกนย์ถึงกับชะงัก
...อีกฝ่ายชนมาตรงๆ จะเอี้ยวตัวออกข้างทางก็กระไรอยู่
เอ ก็ไม่รู้สินะ เธออยากได้อะไรมาเป็นประกันล่ะ พวกของมีค่าฉันคิดว่าตระกูลฟาวล์ไม่สนใจอยู่แล้วนี่
เงียบ อาร์ทิมิสไม่ได้เปิดปากตอบอะไร บูรเกนย์พูดถูก ตระกูลฟาวล์มีสมบัติมากมาย และเขาก็ไม่เคยแยแสข้าวของเงินทองของคนอย่างบูรเกนย์แม้สักนิด การจับต้องของพวกนั้นคงไม่ต่างอะไรกับการนำสบู่ที่ทำจากไขปลาวาฬชะตาขาดมาถูตัว
งั้นฉันขอเอาตัวฉันเป็นประกันก็แล้วกัน จะได้ไหมหนุ่มน้อย
ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ต้องการ ผมค่อนข้างขยะแขยง อาร์ทิมิสกล่าวเสียงเฉียบต่อทันที
อืม แย่สิ ฉันก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาประกันนะ แล้วเธอต้องการอะไรเป็นประกันเล่า
ประกาศนีย์บัตรวิชาชีพของคุณเป็นไง บูรเกนย์สะอึก ไม่คิดว่าหนุ่มน้อยตรงหน้าจะเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมแหลมคมพราวทั่วตัว เขาอึกอักตอบไม่ถูก
... อาร์ทิมิสจ้องแล้วหัวเราะหึหึ เอาเถอะ...ผมยกไว้ให้ก่อนก็ได้...แต่คุณจะได้ตัวผมต่อเมื่อผมได้ภาพและฟิล์มทั้งหมดเสียก่อน
ฉันขอถามเหมือนที่เธอถามฉัน ฉันจะได้อะไรรับประกัน
ผมจะเอาอะไรมาประกันได้ในเมื่อยังไม่บรรลุนิติภาวะ แม้มีอำนาจจะเอาทรัพย์สินส่วนตระกูลมาใช้ตามใจ แต่ผมก็ได้ปฏิญาณแก่ตนเองว่าเงินเหล่านั้นมีเพียงเพื่อกอบกู้ทรัพย์สมบัติของวงศ์ตระกูลคืนมา ไม่ใช่เพื่อความสนุกสนานส่วนตัว อีกอย่าง ผมจะหนีรอดจากคุณหรือ ในเมื่อคุณเป็นผู้ใหญ่ที่มีกำลังวังชา แค่กดเด็กวัยรุ่นอายุอานามเพียง 14 ปี คงจะไม่เหนือบ่ากว่าแรงไม่ใช่หรือไง รอยยิ้มเย้ยหยันจุดประกายจากปากของอาร์ทิมิส
บัตเลอร์รู้ดี นายน้อยกำลังเล่นสนุก
ศาสตราจารย์บูรเกนย์พินิจพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง จนคิดว่าไตร่ตรองดีแล้ว เขาจึงเอ่ยปาก พร้อมมือที่ยื่นออกมาวางรูปและม้วนฟิล์มไว้บนโต๊ะ ได้ มันเป็นของเธอแล้วหนุ่มน้อย หยิบไปสิ
เลื่อนมันมาตรงนี้ อาร์ทิมิสชี้จุดที่ต้องการ ใกล้ตัวมากที่สุด ศาสตราจารย์บูรเกนย์โยนมันมาให้เขาแทน
อาร์ทิมิสรับฟิล์มกับรูปมาเต็มมือ พลันอุ้งมือที่อ้วนเต็มไปด้วยเซลลูไลท์ก็คว้าหมับที่ข้อมือแบบบาง อาร์ทิมิสพยายามชักกลับเต็มกำลัง เขาออกแรงเสียจนรู้สึกเหมือนจะสามารถยกคอมพิวเตอร์และซีพียูได้ด้วยตัวคนเดียว แต่แรงที่ออกมากลับน้อยนิดราวยกช้อนส้อม พร้อมๆ กับความรู้สึกชาไปทั่วแขนขา
อะแก
ใช่แล้ว หนุ่มน้อย ยาปลุกสูตรพิเศษของฉันเอง เธอสัมผัสมันเสียเต็มมือ ฉันภูมิใจจริงๆ ที่ทำได้
เขาเสียท่าแล้ว เสียท่าให้ไอ้หมูตอนด้วยความประมาทว่ามันคงมีปัญญาทำได้แค่หากำยานปลุกกับชาห่วยๆ แต่มันกลับฝังเข็มขนาดมิลลิไว้ที่ฟิล์มด้วย
บัตเลอร์เห็นท่าทางเท่านั้นก็ไม่รอช้า มือใหญ่คว้าซิกส์ ซาวเออร์ขึ้นมาสับไกรัวเร็วใส่หน้าต่างกันกระสุนที่เซนต์บาร์เทิลบี้เปลี่ยนทุกตึก (โดยมีฟาวล์เป็นสปอนเซอร์) ตั้งแต่มีคนเข้ามาลอบสาดเอ็ม 16 ใส่อาร์ทิมิสเมื่อสองสัปดาห์หลังเปิดเทอม พาลเอานักเรียน 20 กว่าคนโดนลูกหลงบาดเจ็บแต่ไม่มีใครเสียชีวิต และแน่นอนครั้งนั้นอาร์ทิมิสปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
หากเป็นกระจกกันกระสุนปกติก็ต้องแหลกเป็นแก้วป่นไปแล้ว แต่บัตเลอร์พึ่งสะกิดใจ ห้องฟิสิกส์ใส่กระจกกันกระสุน 3 ชั้น! (เพราะเป็นห้องที่เกิดเหตุ แถมติดกับห้องเคมีภัณฑ์ที่แลกมาด้วยแบงค์ดอลลาร์ราคาไม่น้อย)
ไอ้หมูหื่นบูรเกนย์(เปลี่ยนสรรพนามละนะ)กำลังพยายามปลดกระดุมอาร์ทิมิสที่หอบหายใจถี่ด้วยฤทธิ์ยาและอารมณ์แห่งความใคร่ โดยไม่ได้รู้สึกถึงแรงปะทะของซิกส์ ซาวเออร์เมื่อครู่แม้แต่น้อย อาร์ทิมิสหอบถี่ขึ้นเรื่อยๆ อวัยวะแห่งความเป็นชายของร่างเล็กโดนไอ้หมูตอนจับต้องเต็มๆ มือ ปากใหญ่ครอบงำเขาเสียมิดพยายามปรนเปรอให้แก่เด็กหนุ่มที่กำลังรู้สึกรังเกียจและขยะแขยงอย่างที่สุด
อะ ไม่ไอ้หมูกาม อ๊ะอา แต่แรงอารมณ์ก็ฉุดคร่าเขาจนได้ ไอ้หมูหื่นไม่ละปากออกจากท่อนเนื้อนุ่มนิ่มหากแข็งชันของอาร์ทิมิส มืออ้วนตระกรุมตระกรามปลดซิบกางเกงของตนอย่างรวดเร็วจนติดขัด ต้องละปากออกมาเพื่อแก้กระดุม หากอาร์ทิมิสรู้สึกทรมานนักที่อารมณ์ค้างคาอยู่เยี่ยงนี้ แต่จะให้ไอ้หมูทุเรศครอบเขาลงมาอีกทีก็ขยะแขยงเกินจะทานทน เขาต้องการบัตเลอร์
เมื่อซิกส์ ซาวเออร์ไม่ได้ผล บ่าวร่างยักษ์ก็ไม่รอช้า กำปั้นหลุนๆ ชกเข้าไปที่หน้าต่างกันกระสุน 3 ชั้นเต็มกำลัง
เพล้ง เศษกระจกร่วงกราว กรอบหน้าต่างวิ่นเหวอะหวะไปอีกทาง หมูตอนบูรเกนย์ละความสนใจจากร่างบางที่หายใจหอบถี่ตรงหน้าทันที
ร่างมหึมาของบัตเลอร์ก้าวเข้ามา ดวงตาอาฆาตจ้องมองไปที่ศาสตราจารย์บูรเกนย์ที่ตะกายอยู่มุมห้องอย่างเคียดแค้นเดือดดาล
ปละปล่อยฉะ ฉันไป..เถ..อะ อย่..า ทะ ทำไร..เล.ย ศาสตราจารย์บูรเกนย์ตัวสั่น ปากสั่น พูดแทบไม่เป็นภาษา อ้อนวอนต่อบัตเลอร์ที่คนอื่นเห็นคงน่าเวทนานัก แต่ไม่ใช่คนอย่างเขา
มือใหญ่หยาบกร้านเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อกระชับแน่นตบไปที่ปากครึ่งจมูกครึ่งด้วยความแรงพอๆ กับที่เขาจัดการกระจก 3 ชั้นเมื่อครู่ เลือดไหลออกมาจากจมูกปากของศาสตราจารย์บูรเกนย์ พร้อมๆ กับฟันที่ร่วงลงมาหลายซี่ ร่างอ้วนๆ ไร้สติไปทันตาเห็น
อะ..อาบัต..บัตเลอร์..พี่ เสียงสั่นๆ ของอาร์ทิมิสปลุกสติบัตเลอร์คืนมา จากดวงตากร้าวกราดหันมาจ้องมอแปรเป็นดวงตาอ่อนโยนหาใดเปรียบ
ร่างเล็กบางที่ถูกปลดเปลื้องอาภรณ์เกือบหมด เหลือเพียงเนคไทด์หลุดลุ่ย กับกางเกงนักเรียนสั้นๆ พันอยู่รอบขา และเชิ้ตขาวที่ถอดไม่หมดดูยั่วยวนยิ่ง แต่บัตเลอร์เห็นก็ยิ่งเพิ่มพูนความคั่งแค้นเป็นทวี เขาเกือบจะเข้าไปซัดร่างอ้วนที่พยายามฟื้นสติเลือนลางให้หายเจ็บที่มาทำกับอาร์ทิมิสของเขา หากร่างบางไม่ยับยั้งเสียก่อน
บัต..เลอร์..พี่ ช่างไอ้อ้วนนั่นเถอะ ได้โปรดมาช่วย..ผ..มก่อน อาร์ทิมิสกล่าวเสียงสั่นปากสั่น อารมณ์ที่ถูกสะกดไว้ทำเอาเขาแทบทนไม่ได้อีกต่อไป อีกทั้งบัตเลอร์ก็ทนต่อสายตาหวานเชื่อมและร่างขาวบางนุ่มนิ่มไม่ลงเช่นกัน เขาค่อยๆ อุ้มอาร์ทิมิสมานั่งบนเก้าอี้บุขนเฟอร์ของศาสตราจารย์บูรเกนย์อย่างทะนุถนอม แล้วจึงคุกเข่าลงช้าๆ ต่อหน้านายน้อยฟาวล์ให้ได้ในระดับที่ตรงกับความยั่วยวนน่าครอบครองเหล่านั้น
อะบัตเลอร์พี่อืมอา บัตเลอร์ค่อยๆ ปรนเปรอเด็กหนุ่มด้วยปากอย่างรวดเร็ว ไม่ค่อยเป็นค่อยไปดังเช่นปกติเพราะเกรงว่าอารมณ์ของอาร์ทิมิสค้างจะค้างคาทรมานร่างกายจนเกินไป ก็ควรรีบทำให้เสร็จๆ ไปซะจะดีกว่าก่อนที่จะไปจัดการไอ้หมูนั่น
ถึงภายนอกอาร์ทิมิสจะดูเด็กกว่านักเรียนรุ่นเดียวกัน หากภายในของเขาก็ไม่ได้เด็กไปด้วยอย่างที่ใครอื่นตัดสิน อย่างไรก็ดี...บัตเลอร์เท่านั้นที่ มีสิทธิ์ จะทราบถึงขนาดนี้
ลิ้นอุ่นร้อนของบ่าวร่างยักษ์ละเลียจากปลายสุดสู่ต้นตอแห่งอารมณ์ ทั้งบน ล่าง ซ้าย ขวา อย่างรวดเร็วระวังระไวมิให้ฟันไปขบข่วนเข้า เห็นได้ชัดว่าบัตเลอร์มิได้ชำนาญเฉพาะทฤษฎีสารสนเทศน์ ซอฟท์แวร์ บอร์ดี้การ์ดภาคสนาม และการเป็นกุ๊กเท่านั้น เขายังทำหน้าที่เป็นบ่าวรับใช้ซึ่งกินความหมายไปกว้างได้ดีที่สุดอีกด้วย
เสร็จจากการไล่เรียงเลียหาความสำราญส่วนตน ปากของบัตเลอร์ก็ค่อยคลายเส้นอารมณ์ที่ตึงเครียดของ อาร์ทิมิสทีละน้อย เขาครอบแก่นกายที่ชูชันของเด็กหนุ่มลงไปทั้งอัน ค่อยๆ ขยับปากช้าๆ ยืดยาดจนอาร์ทิมิสต้องร้องเตือน
อาบัตเลอร์พี่ได้โปรด..เร็วหน่อย..อ๊ะ และก็ได้ดังหวัง บัตเลอร์เร่งความเร็วในการปรนนิบัติ ทันทีทันใด จนอาร์ทิมิสแทบจะกระอักความสุขตายเสียทีนั้น ทั้งความอุ่น ร้อน เร็ว แรง กระทั้นเข้ามาทุกขณะ พร้อมๆ กับความสนุกที่เริ่มขึ้น และใกล้จบลง
อีกเร็วอีกอา..อะเร็ว เสียงสนุกสนานในความสุขแห่งกามารมณ์พร้อมกับใบหน้ายิ้มประหลาดของร่างบางบนเก้าอี้ใหญ่ทำให้คนที่ควรจะหลับสนิท ค่อยได้สติขึ้นมาช้าๆ เป็นเวลาเดียวกับที่ทำนบกั้นน้ำของเด็กหนุ่มพังลง
อา เสียงครางด้วยความสุขใจหากไม่เต็มปากเต็มคำนัก เมื่อบัตเลอร์ผู้ช่วยให้เสร็จกิจประกบปากต่อปากในทันที ทำให้อาร์ทิมิสได้รับรู้รสชาติของตนเอง
อืมพี่เยี่ยมมากอีกครั้งเถอะ ไม่ทันไรอาร์ทิมิสก็ชวนเขาต่ออีกซะแล้ว เหนื่อยไม่เป็นรึไงนะ แต่ยังไงก็มีมารขัดขวาง ศาสตราจารย์บูรเกนย์รู้สึกตัวขึ้นมาเสียแล้ว
แป๊บนึงนะครับ อาร์ทิมิส เสียงขลุกขลักของร่างอ้วนมุมห้องทำให้บัตเลอร์รู้สึกตัว จำต้องลุกมาจัดการกับไอ้หมูตัวร้ายให้เสร็จสิ้นเสี้ยนหนามเสียก่อน
เขาลุกขึ้นมาพร้อมกับกระชากผ้าคลุมผืนใหญ่ออกจากโต๊ะทำงานของศาสตราจารย์บูรเกนย์ และฉีกมันออกเป็นเส้นยาวด้วยความชำนิชำนาญ อาการย่างสามขุมเข้าไปหาทำให้ศาสตราจารย์บูรเกนย์นึกกระเสือกกระสนหนีขึ้นมาทันที แต่ไม่ว่าจะหันไปทางใดเพียงอย่างเดียวที่พบคือกำแพงสีเบจอ่อนเรียบหนา
บัตเลอร์สั่งการศาสตราจารย์บูรเกนย์ด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น เงาใหญ่ของเขาบนบังร่างกลมนั่นเสียหมด เขายังคงยืนตระหง่านกอดอก มือข้างหนึ่งถือเชือกที่ฉีกจากผ้าไนลอนไว้
เอามือสองข้างนั่น ชักว่าวแกซะ ศาสตราจารย์บูรเกนย์รู้สึกแปลกใจกับคำสั่งนั่น จึงอึกอักออกมาเล็กน้อย
อะ..อะไรนะ
หูหนวกรึไง! ฉันบอกให้แกชักก็ชักสิวะ บัตเลอร์กระชากเสียงอย่างแรง ศาสตราจารย์บูรเกนย์ไม่กล้าขัดใจเขาอีกต่อไปแล้ว เพราะหากยังไม่ทำตามคำสั่งเสียเดี๋ยวนั้นก็ไม่รู้ว่าเขาจะต้องเสียอะไรอีกนอกจากฟันทอง 2-3 ซี่ ปนกับฟันแท้ที่ร่วงกราวบนพื้น
ครครับ มืออ้วนๆ ทั้งอุ้งมือและทุกข้อนิ้วที่เต็มไปด้วยไขมันของศาสตราจารย์บูรเกนย์ กำลังพยายามรูดอวัยวะของตนเองเร็ว ถี่ มาถึงตรงนี้มีหรืออาร์ทิมิสจะไม่รู้ว่าบัตเลอร์ต้องการทำอะไร!
หมูอ้วนกระหายตัณหาในสายตาของบัตเลอร์ใกล้เสร็จกิจของตนแล้ว แค่ฟังเสียงหอบที่ถี่ขึ้นเรื่อยๆ ก็รู้ แต่แทนที่บัตเลอร์จะให้ศาสตราจารย์บูรเกนย์จัดการให้ปลดปล่อยตนดังหวัง บัตเลอร์ก็คว้าต้นแขนใหญ่สองข้างไว้ แล้วจับไพล่หลังผูกด้วยเชือกทำเองเส้นยาวอย่างแน่นหนา แล้ววกกลับมาผูกปากอีกที หมวกทรงสูงบนตู้ข้างตัวที่วางเรียงกันหลายใบอย่างเป็นระเบียบถูกหยิบออกมาอย่างไม่ใยดีใบหนึ่ง และกำลังจะครอบปิดตาทั้งสองของหมูกามราคะ แต่
เดี๋ยวก่อนบัตเลอร์ เสียงเย็นเรียบสั่งมาจากด้านหลัง บัตเลอร์ชะงัก
อาร์ทิมิสถอดกางเกงขาสั้นทิ้ง เหลือเพียงแต่เนคไทด์หลุดๆ กับเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลเข้มที่ยาวปิดสะโพกมานิดเดียว ทำให้เขาดูเซ็กซี่และยั่วยวนเกินจะเอ่ย เขาลุกจากเก้าอี้แล้วเดินอ้อมโต๊ะใหญ่มานั่งเก้าอี้หนึ่งในสองตัวหน้าโต๊ะใหญ่ของศาสตราจารย์บูรเกนย์
อาร์ทิมิสพาดขาขึ้นมาอยู่ในท่านั่งไขว่ห้าง เห็นแนวเนื้อต้นขาเป็นเส้นขาววับสะท้อนกับแสงจันทร์ละเอียดลออรำไร ราวกับเทพบุตรองค์น้อยที่ทรงเสน่ห์ก็ไม่ปาน หากสิ่งที่ร่างน้อยเอ่ยออกมา ทำให้อิมเมจเอนเจิล เปลี่ยนเป็นเดวิลในทันใด
ไม่ต้องปิดตาหรอกบัตเลอร์ ปล่อยทิ้งไว้ก็ได้ โทนเสียงแบบที่ทำให้บัตเลอร์เคยสยิวหลังซู่มานักต่อนักเล็ดลอดออกมาจากปากอิ่ม บ่าวร่างยักษ์ทำตามโดยดี
ครับ อาร์ทิมิส บัตเลอร์ปล่อยหมวกไว้เดินห่างออกมาหาอาร์ทิมิส
ศาสตราจารย์บูรเกนย์ ยังคงดิ้นแด่วด้วยแรงกระสันต์ตัณหาที่ไม่อาจสงบได้ ราคะมีอำนาจเหนือสิ่งใดจริงๆ แม้จะโดนปิดปาก แต่เพราะอารมณ์ที่คั่งค้างยังคงอยู่เสียงหอบหายใจถี่จึงไม่สงบลงแม้แต่น้อย กลับเป็นอาการที่หนักเข้าไปอีก
อาร์ทิมิสรู้ข้อนั้นดี
บัตเลอร์ มาเถอะ เรามาเล่นหนังสดให้เขาดูคงไม่เสียหายอะไรใช่ไหม พี่ คำสุดท้ายทอดเสียงยาว ฟังแล้วทั้งทำให้ขนลุกและกระสันต์เส่าไปพร้อมๆ กัน
นี่เอง ความคิดแผลงๆ ของอาร์ทิมิส บัตเลอร์ถึงกับอึ้งหากไม่สามารถปฏิเสธได้
ซ้อนผมทางด้านหลังนะ มันจะได้เห็นชัดๆ อาร์ทิมิสนั่งเท้าแขนออกคำสั่ง ครับ
อ้อ ให้เห็น ทุกอิริยาบท นะบัตเลอร์ เสียงเน้นย้ำดังประสงค์ให้ทุกสิ่งในโลกเป็นเฉกเช่น อย่างปัดป้องปฏิเสธเป็นไม่ได้ และเขาจะทำอย่างไรนอกจากตอบรับ ในเมื่อเป็นทาสีผู้ซื่อสัตย์ภักดีตลอดมา
ครับ ยิ้มกรุ้มกริ่มถูกจุดขึ้นที่มุมปากของร่างหนา น่าเสียดายที่ความมืดปกคลุมจนอาร์ทิมิสไม่อาจสังเกตเห็น...
อาร์ทิมิสเริ่มอ้าขาขาวออกกว้างขึ้นน้อยๆ เขาหมุนเก้าอี้ให้เห็นด้านข้างตัดกับแสงจันทร์สีเงินยวงเป็นเงาเด่นชัด บัตเลอร์นั่งลงทำสิ่งที่คั่งค้างต่อ
ลิ้นร้อนค่อยๆ ละเลียเล็มโลมเล้าตามใบหูทั้งซ้ายขวา และยังสอดเข้าไปในรูหูด้วยจนอาร์ทิมิสเสียวซ่าน จากนั้นค่อยๆ เลื่อนลงมาตามใบหน้า ดวงตาสีลูกโลก แก้มนุ่มอ่อนใส และริมฝีปากอิ่มได้รูป ผ่านเลยไปช้าๆ จนถึงซอกคอ เขาค่อนข้างเสียเวลาอยู่เล็กๆ กับคิสมาร์กสีแดงก่ำสองสามรอย
บัตเลอร์ เสียงกระเส่าของอาร์ทิมิสบ่งบอกเลยว่ากำลังต้องการอะไรบางอย่าง
ครับ บัตเลอร์ก็สังเกตเช่นกัน
ผมว่าให้แขกเราดูแต่รูปแบบเดิมๆ คงไม่ดีนักนะ ขอ SM หน่อยได้ไหม บัตเลอร์แทบจะสะอึกออกมาเป็นภาษาฮิบรูถ้าทำได้ ไม่น่าเชื่อว่านายน้อยแสนสวยของเขาเติบโตมามากถึงขนาดนี้ นายน้อยเรียกร้องในสิ่งที่เขาต้องการมานาน และฝึกฝนจนช่ำชองชำนาญการทีเดียว!
ตามประสงค์ครับ อาร์ทิมิส
พูดให้มันเป็นวัยรุ่นหน่อยสิบัตเลอร์ ดูเถอะ...แม้แต่เวลาแบบนี้นายน้อยยังมีอารมณ์ขัน นายน้อยเปลี่ยนไปจริงๆ ตั้งแต่พบกับท่านผู้นั้น
จัดให้ครับ บัตเลอร์ยิ้มตาหยีตอบ
ชายหนุ่มยกเลิกความคิดที่จะไล้เลียตุ่มเม็ดสีทับทิมทั้งคู่บนหน้าอกนุ่มนิ่มของอาร์ทิมิสเหมือนที่เขาทำประจำ เขาเริ่มเปลี่ยนเป็นควบคุมแท่นประจำการอย่างเต็มที่
อาร์ทิมิสเปลี่ยนที่นะ
อะอืม อุ้มที เสียงตอบร้องกระสันต์สั่งด้วยความต้องการล้นปรี่ อารมณ์เขาช่างปลุกได้ง่ายเสียจริงๆ ผิดกับบัตเลอร์ที่ถ้าเขาไม่ ลงทุน จริงๆ เขาจะไม่สามารถทำให้บัตเลอร์ต้องการได้เลย
บัตเลอร์ค่อยๆ อุ้มอาร์ทิมิสมาที่พื้นพรมหน้าศาสตราจารย์บูรเกนย์ โดยเว้นระยะห่างพอสมควร ศีรษะของอาร์ทิมิสพาดตรงกับชั้นวางของว่างเปล่าพอดิบพอดี เพียงปาดแขนรอบเดียวอุปกรณ์เครื่องเขียนชั้นดีก็หล่นกระจายลงมาหมด ปากกาจำนวนไม่มากนักและกล่องสีดำเล็กๆ รวมถึงกระบอกน้ำเย็นกลิ้งหลุนมาทางเขา
บัตเลอร์เริ่มประกบปากอาร์ทิมิสด้วยปากของเขา ลิ้นร้อนแทรกซอนชอนไชควานหาความหอมหวานระรื่นระรวยรสจากร่างบางทั่วปาก เสียงฟันกระทบกัน และลมหายใจที่รดกันอยู่ทำให้อาร์ทิมิสแทบทนไม่ไหว แต่ก็ไม่สามารถผลักไส บัตเลอร์ออกไปได้
มือใหญ่ค่อยๆ ปลดเนคไทค์สายยาวของร่างบางออก ถุงเท้าขาวถูกถอดออกไปนานแล้วเหลือแต่เท้าเปลือยเปล่าทั้งสองข้าง บัตเลอร์ถอนริมฝีปากออก
อาร์ทิมิส ร้องให้สุดเสียงนะ อย่าเก็บไว้ล่ะ ให้ตายสิ ถ้าเริ่มมีเซ็กส์กันและอนุญาตให้บ่าวร่างใหญ่คุมแท่นเมื่อไหร่บัตเลอร์จะเปลี่ยนเป็นคนละคนทีเดียว เผด็จการโดยไม่สนใจเสียงของอาร์ทิมิสเลยสักน้อย แต่อาร์ทิมิสก็ยอมตามโดยดีเพราะหลังจากนั้นคือช่วงเวลาแห่งความสุขสันต์หรรษาซึ่งคนทั้งโลกไม่สามารถเติมเต็มให้เขาได้
อืม ด้วยประการทั้งปวง อาร์ทิมิสจึงตอบรับโดยดุษฎี
ปล่อยตัวตามสบาย
บัตเลอร์ค่อยๆ ผูกข้อมือเล็กทั้งสองข้างด้วยไทด์ลายสก๊อตที่เขาปลดมา อาร์ทิมิสไม่ได้ว่ากล่าวแต่อย่างใด เพราะเขาเป็นคนของร้องบัตเลอร์เองว่าอยากทำซาดิสม์ เขาก็มิควรแทรกแซงบัตเลอร์ว่าไม่ต้องการอะไร เมื่อเขาไม่มีความรู้ด้านนี้เลยแม้แต่น้อยนิด ตอนนี้ไม่ว่าบัตเลอร์สั่งอะไรเขาก็ยอมทำตามโดยดีทั้งนั้น
อืม แยกขาแล้วงอลงหน่อยนะอาร์ทิมิส ฉับพลันที่ร่างเล็กสนองคำสั่ง อะไรบางอย่างก็ตวัดผ่านอากาศเสียงฉิวดัง ข้อเท้าสองข้างถูกตรึงติดอยู่กับต้นขาอ่อนขาวซึ่งทำให้เขาไม่สามารถขยับขาได้อีกเลย วัตถุสีดำยาวมะเมื่อมกับเสียงกริ๊กแปลกๆ ทำให้อาร์ทิมิสสนใจชะโงกหน้าดู สิ่งที่เขาประจักษ์กับสายตาทำให้เขาต้องแหงนหน้ามองบัตเลอร์ทันทีเข็มขัดหนัง !?
ราวกับร่างสูงใหญ่รู้คำถามในใจอาร์ทิมิส SM ไง ไม่เป็นไรหรอกอาร์ทิมิส คงเป็นรอยนิดหน่อยเอง...นะ
อาร์ทิมิสเชื่อโดยปริยาย ทำอย่างไรได้เล่าในเมื่อตอนนี้เขากำลังมีอารมณ์
บัตเลอร์ใช้ลิ้นเลียรอบเม็ดทับทิมสีแดงก่ำ โดยระวังไม่ให้โดนตรงกลาง อาร์ทิมิสร้องครางด้วยความต้องการ
เลียสิบัตเลอร์ พี่..ทำให้ผมนะนะ
บัตเลอร์สนองความต้องการทันที เขาทั้งดูด เลีย เม้ม ขบ จนอาร์ทิมิสต้องครางอีกเนิ่นนาน ทุกครั้งที่ลิ้นร้อนกระหวัดผ่านหัวนมเขาจนแข็งชูชันเป็นไตข้างล่างก็เช่นกัน บัตเลอร์เอานิ้วรูดน้ำขุ่นขาวที่เยิ้มออกมา มือใหญ่ปาดน้ำเหนียวลงบนหัวนมเล็กๆ ทั้งสองข้างของร่างบางแล้วทำท่าทางไม่รับรู้ใดๆ ทั้งสิ้นยิ่งทำให้อาร์ทิมิสครางดังขึ้นอีก
มือของบัตเลอร์ปัดไปโดนกล่องกระดาษเล็กๆ สีดำที่กลิ้งมาทางเขาจนฝาเปิดออก ร่างสูงชะโงกมองทางจึงหันกลับมาที่อาร์ทิมิสแล้วก็เกิดความคิด
อาร์ทิมิส ติดเครื่องประดับหน่อยนะ ยังไม่ทันที่อาร์ทิมิสจะตอบรับ เขาก็รู้สึกถึงความเจ็บแปลบที่หัวนมเปียกชื้นทั้งสองข้าง
โอ๊ะอ๊างเจ็..เจ็บ บัตเลอร์ พี่เอามันออกไปที อ๊าา.. ตัวหนีบกระดาษอันเขื่องสองอันห้อยติดกับหัวนมเม็ดเล็กสวยของเขา มันหนีบเขาเสียจนปวด อีกไม่นานคงชาหนึบเป็นแน่ อาวุธอย่างแรกที่บัตเลอร์ได้มาโดยบังเอิญนั่นเอง
บัตเลอร์ปฏิเสธเสียงแข็งแม้จะเป็นคำขอของอาร์ทิมิส
ไม่บอกแล้วไงว่า เครื่องประดับ แล้วเขาก็กระหวัดลิ้นผ่านหัวนมสองข้างเบาๆ อาร์ทิมิสทั้งเสียวกระสันต์ ทั้งทรมานยิ่ง ไม่คิดว่าบัตเลอร์จะไม่ปรานีปราศรัยกับเขาขนาดนี้
บัตเลอร์ค่อยๆ ใช้มือใหญ่ๆ ไล่ระไปตามแผ่นหลังของอาร์ทิมิส พลางด้านหน้าก็ใช้ลิ้นกระหวัดไปตามที่ต่างๆ ตั้งแต่สะดือ ท้องน้อย จนถึงซอกต้นขา
แก่นกายของอาร์ทิมิสชูชันอยู่นานแล้ว น้ำกามปริมาณมากผิดกับขนาดของความเป็นชายล้นปรี่แล้วปรี่เล่า แต่บัตเลอร์ก็ยังไม่ยอมให้เขาสุดเสียที
บ่าวหนุ่มละเลยส่วนสำคัญของหนุ่มน้อยตรงหน้า แล้วเลื่อนเลยลงไปอีกเพื่อสนใจกับสิ่งที่สำคัญไม่ด้อยกว่า ช่องแคบเรียวรีมีน้ำขาวขุ่นเยิ้มเยอะไม่ต่างกับด้านบนเท่าไรนัก บัตเลอร์ถอดซิบกางเกงของเขา งัดแก่นกายแข็งแกร่งชูชันออกมาเช่นกัน ขนาดของเขาและอาร์ทิมิสผิดกันอย่างน่าตกใจ
เขาค่อยๆ แทรกกายเข้าไป ขาของอาร์ทิมิสที่แยกออกกว้างและตรึงไว้ด้วยเข็มขัดไม่สร้างความลำบากให้เขามากมายกระไรนัก ท่อนเนื้อใหญ่แข็งแรงปูดโปนไปด้วยเส้นเลือดรุกเข้า แต่เป้าหมายช่างไม่ตรงกับที่ร่างเล็กซึ่งนอนราบอยู่กับพื้นคะเนเอาไว้เสียเลย แทนที่บัตเลอร์จะเข้ามาในตัวเขาทันที กลับทำแค่ถูไถอยู่ภายนอกอย่างรุนแรงจนเขาแทบคลั่ง
ร่างกำยำเสียดสีท่อนเนื้อแข็งปังกับภายนอกของร่างเล็กอย่างไม่อาลัยอาวรณ์ต่อเจ้าของร่าง ว่าต้องการอีกฝ่ายมากมายเพียงไหน ช่องแคบเรียวแดงขึ้น ฝืดขึ้นอย่างรวดเร็ว น้ำขุ่นที่เคยเยิ้มออกมาหายไปในพริบตากลายเป็นมาจากของบัตเลอร์เอง เสียงลมหายใจหอบฮักของร่างสูงดังกระชั้น ในขณะที่ร่างเล็กร้องครวญครางด้วยความต้องการ การเสียดสีแต่เพียงด้านนอกไม่ได้ทำให้อาร์ทิมิสพอใจเลย นอกจากรู้สึกเจ็บ และร่างกายที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ แม้จะอยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ เหงื่อกาฬแตกพลั่ก
อาร์ทิมิสรู้สึกว่าด้านล่างของเขาถลอก ทั้งแสบทั้งร้อน แถมเขาไม่ได้มีอารมณ์ด้วย บัตเลอร์ไม่ช่วยเขาเลยแม้แต่น้อย เขาพยายามจะล่วงหน้าไปก่อนเพียงคนเดียว!
แค่การสีแรงๆ หลายรอบมันก็ทำให้คนๆ หนึ่งสามารถถึงจุดสุดยอดได้ อาร์ทิมิสรู้ดี
บัตเลอร์คงสังเกตเห็นว่านายน้อยของเขาต้องการมากเพียงใด แค่เสียงครางอย่างเจ็บแสบและต้องการยิ่งก็ทำให้เขารู้สึกดีและสงสารไปพร้อมๆ กัน แต่อารมณ์ขณะนั้นอยู่เหนือกว่าทุกสิ่ง เขารู้สึกสะใจยิ่งกว่าอะไรดี แต่ก็พยายามอย่างที่สุดที่จะสงเคราะห์อาร์ทิมิส
อาร์ทิมิส มาผมช่วย ราวกับเสียงสวรรค์ที่พาเขาขึ้นสู่อาณาจักรของพระเจ้า อาร์ทิมิสบอกตนเอง แต่ในบัดดลก็ดังโดนฉุดกระชากลากถูมาปีนต้นงิ้ว ลงกระทะทองแดง
มือใหญ่ไม่ได้ช่วยบังคับแก่นกายของร่างเล็ก แต่กลับเลยขึ้นไปยังด้านบน ดึงที่หนีบกระดาษสองอันขึ้นอย่างแรง อาร์ทิมิสกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทั้งบนและล่าง แล้วท่อนเนื้อกำยำก็หลั่งออกมา น้ำขาวขุ่นกระจายไปทั่ว เขารีบปาดไว้แล้วสอดนิ้วเข้าปากของอาร์ทิมิส
รสชาติของบัตเลอร์ช่างแสบสันต์อะไรเช่นนี้ อาร์ทิมิสบอกกับตนเอง เขายังไม่ถึงที่สุดแถมไม่รู้สึกสนุกเลยแม้แต่น้อย มีแต่บัตเลอร์ที่ล่วงหน้าไปก่อน
อายอดเยี่ยมเลยอาร์ทิมิส ร่างสูงพูดเสียงหอบ ข้างนอกยังขนาดนี้เลย...ผมชักอยากเข้าไปแล้วสิ เขาประสานตากับดวงตาของอาร์ทิมิส
อาร์ทิมิสมองย้อนกลับมาด้วยความกราดเกรี้ยว แต่จะก่นว่าตอนนี้ก็ไม่ได้ ในเมื่อรสชาติของบัตเลอร์ยังอยู่ในปากของเขาเสียเต็มล้น เพียงมองเข้าไปในดวงตาของอาร์ทิมิส บัตเลอร์ก็ตอบกลับได้
น่าเดี๋ยวผมจะชดใช้ให้ อย่างดี เสียงเรียบแต่มั่นคงของบัตเลอร์ทำให้อาร์ทิมิสเริ่มใจอ่อน แต่ก่อนที่จะอ่อนใจเสร็จ ลิ้นร้อนๆ ของบัตเลอร์ก็ประกบเข้ากับช่องคับแคบเมื่อครู่ อาร์ทิมิสสะดุ้งจนตัวโยน นิ้วของบัตเลอร์ยังคงอยู่ในปากของเขา รสชาติปะแล่มเหนียวเหนอะคละเคล้าไปทั่วลิ้น
จะเรียกว่าทั้งคู่แลกรสกันและกันอย่างดุเดือดก็คงไม่ผิด
ลิ้นร้อนค่อยๆ เบิกทางคับแคบออกทีละนิด ไม่ว่าเขาจะผ่านมากี่ครั้งก็ตาม เจ้ารูหรรษานี่ก็ทำให้เขารู้สึกหฤหรรษ์มากขึ้นทุกครั้ง เพราะยิ่งทำก็ยิ่งคับแคบเหลือเกิน ไม่เคยเลยที่จะหลวมมากขึ้น ราวกับว่าหลังจากทุกครั้งที่เขาแทรกผ่านเข้าและออกนั้น มันก็สมานกันใหม่ได้ดียิ่งกว่าเดิม ติดกันมากกว่าเดิม คับแคบ และรัดรึงยิ่งกว่าครั้งก่อนมา ทำให้เขาไม่สามารถสลัดออกไปได้ ราวกับโซ่ตรวนที่หนาขึ้นทุกวันๆ
คราแรกก็เพียงแต่เริ่มเลียรอบๆ จึงค่อยๆ แทรกผ่านเข้าไปช้าๆ ทีละน้อย ทีละนิด แล้วความรุนแรงก็มากขึ้นเป็นลำดับ ทั้งเร็วและแรงจนอาร์ทิมิสไม่สามารถหยุดครางได้ เสียงเล็กใสดังระงมไม่ได้ศัพท์ไปทั่วห้องมืดเรืองรองระรัวราง บัตเลอร์เพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ลึกขึ้นเรื่อยๆ ทั้งคว้านลิ้นเข้าไปทุกซอกทุกมุมของภายในตัวอาร์ทิมิส อารมณ์ที่ไม่เคยดับมอดได้ประทุขึ้นมาอีกไม่รู้ว่ารอบที่เท่าไร
ลิ้นที่ควานเปะปะไปทั่วภายใน บางจุดเลียแล้วเลียเล่าย้ำอยู่นาน จมูกโด่งเป็นสันของเขาชนกับแก้มก้นนุ่มนิ่มที่แสนรัก กลิ่นน้ำกามฟุ้งกระจายไปทั่วปนกับกลิ่นเหงื่อของร่างบางที่กระตุ้นให้แก่นกายของเขาโด่งชูชันแข็งแกร่งขึ้นอีก ทั้งๆ ที่เพิ่งเสร็จกิจไปไม่ถึง 5 นาที แต่แล้วบัตเลอร์ก็หยุดกลางคันชักลิ้นออกจากจุดลึกสุดรวดเร็วจนอาร์ทิมิสสะดุดความสุขร้องเสียงหลง บ่าวหนุ่มควานอีกมือที่ว่างไปหากล่องสีดำเล็กแล้วหยิบของอีกสิ่งหนึ่งขึ้นมา
ผูกโบว์หน่อยนะ จะได้น่ารัก ริบบิ้นกำมะหยี่สีดำเส้นหนาเผยออกมาให้เห็น บัตเลอร์ถอนนิ้วออกมาจากปากน้อยเต็มอิ่มสีแดงจัด มือใหญ่สองข้างกระหวัดริบบิ้นรอบท่อนกายที่ชูคอตั้งมานานแสนนานของอาร์ทิมิส ไม่น่าเชื่อว่าบ่าวร่างยักษ์ของเขาจะซาดิสม์ได้ถึงเพียงนี้
อะฮะอ๊าาา.บัตเลพี่ ได้โปรดทำผมสักที.ขอร้อง.แรงๆ ผมก็ไม่ว่า แฮ่ก อาร์ทิมิสขอร้องอย่างละความอาย ความเป็นนายจนสิ้น แต่บัตเลอร์ยังคงทนแข็งใจ
อีกนิดนะ ทนอีกนิดเดียวเอง พร้อมกับประทับจูบบนขมับ เปลือกตา ซับน้ำตาตามแก้มที่ไม่รู้ว่าร่วงลงมากี่สิบหยาดหยด
เฮ้ย แกน่ะ เขาหันมาทางร่างท้วมที่เต็มไปด้วยคลอเรสเตอรอล เสียงออกคำสั่งฉะฉาน คลานมานี่
ร่างนั้นตะเกียกตะกายคลานมา แต่ก็ไม่ถูกใจบัตเลอร์เสียทีเดียว เร็วหน่อยโว้ย! เสียงตวาดที่หนักขึ้นทำให้ผู้ที่คืบคลานคล้ายตัวหนอนอ้วนใหญ่สั่นสะท้านไปทั้งกายจนต้องรีบคลานไปให้ถึงจุดหมายทั้งๆ ที่กิเลส ตัณหา และกามารมณ์ยังปะทุอยู่เต็มที่
เอากันสดๆ อย่างนี้มีให้ดูมากอยู่หรือ ทั้งตื่นเต้น หวาดเสียว...แต่ไม่สามารถสมสู่กับตัวเองได้!
มือหนากร้านคว้าศีรษะที่ล้านเลี่ยนด้วยมือเดียว พามาจ่ออยู่ในจุดที่คาดไม่ถึง
เอ้า เลียซะ ท่อนเนื้อนุ่มนิ่มอันน้อยที่ประดับประดาอยู่ด้วยริบบิ้นสีดำดูสวยอย่างประหลาด เมื่อเจ้าแก่นกายของอารมณ์นั้นพยายามอย่างยิ่งที่จะดันสิ่งซึ่งพันธนาการไว้ออกจนเส้นเลือดปูดโปน
บัตเลอร์ พี่ไม่เอานะอย่าให้มัน..เข้ามาใกล้ผม นายหนุ่มร้องขอเสียงแหบแห้ง เรื่องอะไรกันที่ต้องให้เจ้าหมูสกปรกนั้นมาช่วยสนองความต้องการของเขา
นายน้อยอาร์ทิมิส น้ำเสียงทุ้มอ่อนหวานไปตามกาลคอยปลอบประโลม อดทนหน่อยนะครับ นิดเดียวเท่านั้น เพราะนี่...เป็น
สายตาสองคู่สบกันต่างรู้ซึ้งถึงความหมายใหม่ที่แทรกเข้ามาบทลงโทษ!
...ลงโทษ...ที่บังอาจแตะต้องอาร์ทิมิส ฟาวล์...
ยังไงก็เถอะ แต่ผมไม่ชอ...อู้วว อ...อะ ฮ่า อาร์ทิมิสเถียงไม่ทันแล้ว เพราะศาสตราจารย์บูรเกนย์หันเข้าหาแก่นกายอันน้อยของเขา และเล็มเลียอย่างรวดเร็ว
อาร์ทิมิสรู้สึกรังเกียจเหลือแสน ทั้งกลิ่นสกปรกและลมหายใจฟืดฟาดที่รดรินอยู่ แต่ถ้าตัดเรื่องแย่ๆ นั่นออกไปก็นับว่าหมูตอนที่ยังไม่โดนตอนตรงหน้า...พอใช้ได้ทีเดียว
บัตเลอร์ไม่จำเป็นต้องถามนายน้อยเลย เพราะเสียงครางกระเส่าที่ออกมาจากปากบ่งบอกได้ดีอยู่แล้ว
เขากะช่วงเวลาที่อาร์ทิมิสเกือบถึงจุดได้อย่างเหมาะเหม็ง แล้วเข้าซ้อนร่างแบบบางนุ่มนิ่มจากด้านหลังโดยไม่ปรานีปราศรัย
อะ...อ๊าาาา โอ้วว.... อาร์ทิมิสกรีดร้องเสียงแหลม ไม่ใช่เพราะเขาใกล้จะปลดปล่อย แต่เป็นเพราะบัตเลอร์กระแทกตัวเข้ามาจากด้านหลังโดยไม่ให้สัญญาณเลย
เสียงหายใจหนักถี่กระทบอยู่ด้านหลัง บัตเลอร์ช่างดุดัน รุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เขาเสียบเข้าเสียบออกอย่างรวดเร็ว แทบจะไม่ทะนุถนอมอาร์ทิมิสเลยก็ว่าได้
ในขณะเดียวกันศาสตราจารย์บูรเกนย์ถึงกับตาโต แต่ก็ไม่ได้หยุดเล้าโลมด้านหน้าของอาร์ทิมิส กลับพยายามบีบเร้นเพื่อให้นักเรียนของเขาออกอาการมากขึ้นไปอีก
ขาขาวบางทั้งสองถูกยกสูงให้มากขึ้น เพื่อที่ร่างกายใหญ่ๆ ของบ่าวหนุ่มสามารถจะเข้าออกได้เต็มที่ ขนาดของบัตเลอร์นั้นไม่ปกติเลย มันทั้งยาวทั้งใหญ่จนหลายครั้งอาร์ทิมิสนึกหวาดเสียว
อืม...ฮ่า....อะ...อ...อูวว....พี่...บัตเลอร์ เร็วอีก... อาร์ทิมิสทำหน้าเหยเกเต็มที เพราะเขาจวนจะถึงมาหลายครั้ง แรงอีกก็ได้
ครับ... บัตเลอร์ตอบเพียงเท่านั้น แล้วขยับตัวรุนแรงเข้าไปอีก ทั้งถี่ทั้งเร็วจนอาร์ทิมิสที่โกรธเคืองในตอนแรก เปลี่ยนเป็นสำลักความสุข
....อ...อ้า... อาร์ทิมิสปลดปล่อยจนได้ ในปากของศาสตราจารย์บูรเกนย์นั่นเอง แต่บัตเลอร์ยังคงกระแทกกายใส่เนินเนื้อนุ่มนิ่มอยู่หลายครั้ง ก่อนที่จะชักออกมา และพ่นน้ำเหนียวขุ่นใส่หน้าศาสตราจารย์หื่นกาม
ร่างใหญ่รั้งอาร์ทิมิสมากอดไว้บนตักให้พ้นจากรัศมีของไอ้บูรเกนย์ แล้วหอบจนตัวโยน...อาร์ทิมิสก็เช่นกัน
สรรพเสียงเงียบไปพักใหญ่ มีเพียงเสียงหายใจและจูบดูดดื่มมอบแก่กันและกัน หลังจากที่บัตเลอร์รำคาญหมูอ้วนแถวๆ นั้นเต็มที เลยยกพระบาทฟาดพระโอษฐ์มันจนหลับสนิทไป
ดีไหม? อาร์ทิมิส
... เด็กหนุ่มไม่ตอบ เขายังขุ่นเคืองอยู่นิดๆ ที่บัตเลอร์ทำอะไรตามใจเกินไปหน่อย โดยไม่นึกถึงอารมณ์ของเขาบ้างเลย คอยดูซิ เขาจะไม่ยอมปริปากพูดเด็ดขาดถึงแม้เซ็กส์คราวนี้จะนับเป็นครั้งที่สนุกสุดยอดแค่ไหนก็ตาม
อาร์ทิมิส... บัตเลอร์ชักใจเสียที่นายน้อยของเขาไม่ตอบ
ไม่รู้ซิ นายน้อยหนุ่มที่คิดว่าเก็บความรู้สึกของตนเองดีแล้วตอบออกมาแค่นั้น แต่กลับผิดคาดที่บัตเลอร์หัวเราะออกมาปังใหญ่
อะไร....บัตเลอร์ พี่หัวเราะทำไม อาร์ทิมิสตกใจจริงๆ เพราะไม่บ่อยนักที่บัตเลอร์จะหัวเราะให้เขาเห็นได้ขนาดนี้
เปล่าครับ บัตเลอร์หยุดหัวเราะกึก แต่อาร์ทิมิสก็ไม่ยอมยังคงคาดคั้นต่อ
อะไรบัตเลอร์ พี่ตอบผมมาเดี๋ยวนี้นะ ผมไม่ยอมจริงๆ ด้วย
เปล่าจริงๆ นะอาร์ทิมิส บัตเลอร์คนปากแข็ง คล้ายๆ กับตัวเขานั่นแหละ อาร์ทิมิสถึงกับจ้องตาบอร์ดี้การ์ดของตนอยู่นาน ก่อนจะพูดว่า
จริงๆ นะ บัตเลอร์ ขณะกำลังรอคำตอบ อาร์ทิมิสก็มองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย เขาหวังว่าจะได้คำตอบอะไรสะท้อนออกมาบ้าง
จริงครับ ไม่มีแววพิรุธเลยในดวงตาของบัตเลอร์
โธ่...ก็มันจริงนี่นา แค่หัวเราะนายน้อยที่มักจะปฏิเสธความรู้สึกดีๆ ที่เขามอบให้ด้วยคำว่า ไม่รู้ซิ อยู่ตลอด เจ้าตัวยังไม่รู้ตัวเองเลยว่าถึงเวลาเขินจัดจริงๆ จะพูดคำนั้นออกมา...เรื่องอะไรเขาจะยอมบอกให้นายน้อยรู้ตัว แต่เมื่อรวมเรื่องทั้งหมดเข้า บัตเลอร์ก็ไม่ได้โกหกอะไรเพียงแต่บอก ไม่หมด เท่านั้นเอง อาร์ทิมิสจึงจับโกหกในสายตาเขาไม่ได้
อือ... เสียงครางอย่างรู้สึกตัวขึ้นมาของศาสตราจารย์บูรเกนย์ชักทำให้คนทั้งสองเริ่มรำคาญ
บัตเลอร์ เอายาลบความจำมาหรือเปล่า?
แน่นอนครับ เขาล้วงเข้าไปในตัวเสื้อด้านใน ซึ่งเป็นที่เก็บอะไรหลายๆ อย่างเอาไว้ ทั้งยาหลายตัว มือถือสัญญาณดาวเทียม กุญแจรถ อุปกรณ์ติดตามตัว ลูกดอก รวมถึงซิกส์ ซาวเออร์ด้วย และผมตั้งกล้องเอาไว้ด้วย
พอบัตเลอร์พูดอาร์ทิมิสจึงรีบกวาดตาไปรอบห้อง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ข้างโต๊ะและมองกลับไปยังผนังห้องอีกที
พี่...บันทึกไว้หมดเลยเรอะ อาร์ทิมิสชักจะเขินอายนิดๆ เสียแล้ว ส่วนบัตเลอร์นั้นยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวทุกซี่
ครับ อาร์ทิมิสพยายามข่มอารมณ์อยู่นิดหนึ่งก่อนจะตอบด้วยเสียงอันราบเรียบเหมือนปกติ
ก็ดี...อัดเป็นภาพเจเพ็คออกมาคืนนี้เลยแล้วกัน เฉพาะของไอ้หมูตอนนั่นนะ เขาเพยิกหน้าไปทางนั้น อ้อ...ฉีดยาลบความจำเสียก่อน แล้วค่อยจัดการให้อยู่ในสภาพที่พอจะโดนไล่ออกได้ แล้วค่อยแปะรูปให้ทั่วห้อง
ครับ...นายน้อย
บัตเลอร์จัดเสื้อผ้าให้นายน้อยของเขาเป็นระเบียบก่อน ประทับจูบทีหนึ่งที่ปากเล็ก จากนั้นจึงย่างสามขุมไปหาคนที่เพิ่งรู้สึกตัวใหม่ๆ กระชากคอเสื้อมันมาตรงหน้าอาร์ทิมิส
มิสเตอร์บูรเกนย์ เสียงของอาร์ทิมิสนั้นเยียบเย็น และใช้ได้ผลเสมอไม่ว่าเขาต้องการอะไร ผมหวังว่าหลังจากเรื่องคราวนี้ คุณคงจดจำไว้ได้นะ
ร่างอ้วนท้วนตรงหน้าปากเจ่อเต็มที เพราะโดนกระแทกด้วยมือและเท้ามาหลายครั้งจนแม้แต่จะพูดก็ยังเจ็บ จึงใช้การพยักหน้ารับเอาแทน ดี...และผมคิดว่าคุณคงไม่อยากให้บัตเลอร์ติดตามไปตลอด...ใช่ไหม?
คราวนี้ศาสตราจารย์บูรเกนย์รีบผงกศีรษะอย่างรวดเร็วหลายๆ ครั้งด้วยความหวาดกลัวจนขี้ขึ้นสมองเต็มที
ดี บ่าวร่างยักษ์เตรียมเข็มฉีดยาไว้พร้อม ทันทีที่อาร์ทิมิสพยักหน้าให้ บัตเลอร์ก็ฉีดยาลงที่หลังคอศาสตราจารย์บูรเกนย์พอดี
ผมผสมยาสลบไว้ด้วย มันคงรู้สึกตัวอีกทีตอนเที่ยงวันพรุ่งนี้
พี่รู้ใจผมดีจริง อาร์ทิมิสตอบยิ้มๆ
งั้นเรารีบจัดการให้เรียบร้อยกันเถอะ จะได้ไปกันเสียที บัตเลอร์โยนชิพอันเล็กๆ สองอันให้อาร์ทิมิส ซึ่งไปนั่งแท่นของศาสตราจารย์บูรเกนย์ พลางเปิดคอมพิวเตอร์ จัดการไฟล์ทั้งหลายอย่างรวดเร็วแล้วพริ้นท์ออกมา บัตเลอร์เป็นฝ่ายออกแรงจัดรูปห้องเช่นเคย รวมทั้งลบหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเขาทั้งสองออกไป
เอาละ...เรียบร้อย พรุ่งนี้มันก็ไม่อยู่ให้รกหูรกตาเราอีกต่อไป
ศาสตราจารย์ทางฟิสิกส์ผู้ทรงเกียรติของมหาวิทยาลัยชื่อดัง เล่นวิปริตในเซนต์บาร์เทิลบี้!