ARTEMIS FOWL’S

posted on 21 Mar 2007 21:22 by lorun  in fiction

อืม เสียงครางจากจูบดูดดื่มของร่างเล็กที่ขาวบางไปทั้งตัว พร้อมผมสีดำสนิทชุ่มไปด้วยเหงื่อโชก กระดุมถูกปลดออกและเนคไทด์กองอยู่กับพื้น เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นถึงบทรักที่พึ่งจะเริ่มต้น

หากต้องชะงัก

แก๊งแก๊ง เสียงระฆังบอกเวลาเข้าเรียนซึ่งหากร่างบางขาดสักชั่วโมง ก็จะมีรายงานจากโรงเรียนไปถึงผู้เป็นมารดาได้อย่างทันท่วงที

นายน้อยได้เวลาแล้วครับ ร่างใหญ่ละปากเพื่อเตือนเด็กชายในอ้อมแขนเขา หากร่างบางไม่สนใจ กลับชะโงกหน้ามาประกบปากต่อปากให้เนิ่นนานขึ้น

อืมพอก่อนเถอะครับนายน้อย ถ้าไม่ไปทางโรงเรียนแจ้งไปที่บ้านนะครับ นายน้อยจะโดนเอ็ดเอา บัตเลอร์ละปากออกอีกครั้ง เตือนพร้อมบอกเหตุผลเพื่อให้อาร์ทิมิสออกจากหอพักไปเข้าเรียน

ช่างเถอะน่า ต่อซะทีบัตเลอร์ แม้จะเป็นคำสั่งนายน้อย หากบัตเลอร์ก็ทำตามไม่ เขาเริ่มกลัดกระดุมเสื้อของอาร์ทิมิสเข้าที่ พร้อมหยิบเนคไทด์ที่เขาถอดเองขึ้นจากพื้น แล้วค่อยๆ ผูกเข้าอย่างสวยงามดังเดิม

ไปเรียนเถอะครับ อาร์ทิมิส น่าแปลกที่ตั้งแต่มาอยู่หอ อาร์ทิมิสคลายความดื้อลงเป็นลำดับ บัตเลอร์คิดในใจโดยหารู้ไม่ว่าอันที่จริง แองเจลีน ฟาวล์ มารดาของอาร์ทิมิสนั่นเองที่ขู่อาร์ตี้น้อยของหล่อนว่า

แม่จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นให้เรื่องที่บัตเลอร์แอบเข้าไปในเขตโรงเรียนเพื่ออารักษ์ขาอาร์ตี้ แต่ถ้าอาร์ตี้โดดเรียนแม้แต่คาบเดียว แม่จะไม่ให้บัตเลอร์เข้าไปอีกเลย

อาร์ทิมิสจึงต้องก้มหน้ารับคำโดยดุษฎี และยอมไปเรียนโดยไม่ขาดแม้แต่ชั่วโมงเดียว ยังดีที่ด้วยความร้ายกาจของอาร์ทิมิส ทำให้เรื่องร้องเรียนที่ไม่ต้องการเพื่อนร่วมหอพักของเขาเป็นผล

เมื่อบัตเลอร์จัดการเสื้อผ้าของอาร์ทิมิสเสร็จเรียบร้อยก็ดุนหลังนายน้อยไปที่ประตู พร้อมเปิดให้อย่างประณีต ส่งอาร์ทิมิสไปเรียน ส่วนตนก็กลับจากทางเดิมที่เข้ามากระโดดออกไปทางหน้าต่างของอาคารชั้นที่ 4 และลงสู่พื้นโดยไร้รอยขีดข่วนทุกครั้งไป

เพียงแต่ครั้งนี้ ใครบางคนใช้กล้องส่องทางไกลมองดูเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ

สายตาคมกริบคู่โตบนใบหน้าของชายวัยฉกรรจ์กำลังทำหน้าที่หน้าที่ตลอดชีวิตที่เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งจะทดแทนด้วยผู้อื่นก็หาได้ไม่

ที่กำบังแนบเนียนแถวสนามกอล์ฟหลุมที่ 17 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนเซนต์บาร์เทิลบี้ ฟอร์ ยัง เจนเทิลแมน ดูกลมกลืนกับธรรมชาติรอบข้างของสนามกอล์ฟจนราวกับจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จากที่ตรงนี้บ่าวร่างยักษ์ของนายน้อยตระกูลฟาวล์สามารถใช้กล้องส่องทางไกลสำหรับเอ็กซ์เรย์วัตถุที่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตได้ทะลุปรุโปร่งอีกทั้งยังซูมภาพได้ทั้งใกล้ระดับชิดแก้วตา และไกลไปถึงระยะอนันต์ แน่นอนว่าประดิษฐ์กรรมอันล้ำเลิศนี้มาจากสมองเล็กๆ ของเด็กชายวัย 14 ปีซึ่งกำลังนั่งฟังการบรรยายอันแสนจะน่าเบื่อหน่ายสำหรับอาชญากรอัจฉริยะชื่อกระฉ่อนที่นั่งอยู่ข้างหน้าต่าง

แม้อาร์ทิมิสจะเหม่อมองไปเรื่อยๆ แต่ไม่ว่าอาจารย์คนใดก็ไม่คิดปีกกล้าขาแข็งจะเข้าไปแหยมให้ต้องได้อาย คณาจารย์ทุกท่านแห่งเซนต์บาร์เทิลบี้ต่างรู้ถึงฤทธิ์ และพิษสงของอาร์ทิมิสดีไม่น้อยไปกว่าจิตแพทย์ครึ่งโหลที่พึ่งจะถูกโละออกจากโรงเรียนไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อน

อาจารย์ทุกคนต่างรู้สึกรำคาญและหวาดกลัวเป็นที่ยิ่ง ทว่าจะสามารถทำอะไรได้ ในเมื่ออาร์ทิมิสยังคงอยู่ในกฎระเบียบของโรงเรียน ปฏิบัติมิซซา เข้าห้องเรียน ส่งงานและทำคะแนนสอบเต็มทุกวิชาซึ่งไม่มีใครเคยคิดจะลบล้างด้วยเกินเอื้อม ถึงแม้ว่าข้อสอบแทบทุกฉบับของอาร์ทิมิสจะเป็นข้อสอบชนิดพิเศษที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใครคนอื่นเลยก็ตาม แต่เขาก็ไม่มีทางนำคำถามในข้อสอบไปเปรียบเทียบกับใคร

อาร์ทิมิส ฟาวล์ ซีเนียร์ ประกาศก้องด้วยการกระทำโจ่งแจ้งว่าไม่ต้องการเพื่อน!ทุกคนต่างรู้ดีดังนั้นไม่ว่าอาร์ทิมิสจะไม่สนใจเรียนในชั่วโมงใด หรือทำอะไรเพียงคนเดียว ทุกคนต่างก็ทำราวกับที่นั่งข้างหน้าต่างตัวนั้นไร้ซึ่งมนุษย์มีชีวิต แต่พยายามจะมองเป็นหิ้งบูชาที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์บางอย่างไว้แทน

น่าเสียดายนักที่อาจารย์หน้าใหม่วัยทองของเซนต์บาร์เทิลบี้ในคาบเรียนนี้ ไม่รู้จักกิตติศัพท์หรือชื่อเสียงเรียงนามของอาร์ทิมิสแม้แต่น้อย ความที่เป็นอาจารย์มาเกือบ 30 ปี ไม่ว่าเด็กนักเรียนนักศึกษาจากที่ไหนต่างก็ให้ความเคารพนักถือในฐานะรองศาสตราจารย์คณะฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยบอสตันได้สร้างความรู้สึกเหิมเกริมให้กับชายแก่

ศ.ยูเรอนาล บูรเกนย์ อารมณ์ภาคภูมิใจในความรุ่งโรจน์ตลอด 30 ปีของเขาจำต้องรุ่งริ่งลงวันนี้เอง วันที่เท้าทั้งสองข้างก้าวเข้าไปแหย่มังกรหลับ

ลูกบิดประตูสีทองอร่ามค่อยๆ หมุนอย่างช้า แล้วเปิดอ้ากว้างออกมาเป็นอย่างมากเท่ากับตัวคนเปิด ชายแก่ร่างอ้วนเหิมเกริมก้าวเท้าซ้ายนำมาตามประตูที่เปิดออก รองเท้าหนังสั่งตัดของปิแอร์ กาแด็งสีน้ำตาลเข้มถูกขัดเป็นเงา มันระยับ อีกทั้งสูทของจีโอวานนี่สีกรมท่าและเนคไทค์เข้าชุดกัน มือข้างไม่ได้จับลูกบิดประตูถือกระเป๋าหนังสีดำอย่างในเจมส์ บอนด์ ที่มีขายกันเกร่อจนยากจะดูออกว่าเป็นของยี่ห้ออะไร แต่ที่ทำให้อาร์ทิมิสต้องละจากการใช้หัวสมองระหว่างชื่นชมธรรมชาติข้างหน้าต่างมาคือนาฬิกาโรเล็กซ์ฟังเพชร ซึ่งสะท้อนแสงแดดเข้าตาหนุ่มน้อยอย่างจัง

ไม่ใช่ว่าเขาตื่นเต้นกับโรเล็กซ์เพชรเรือนนั้นหรอก ของแบบนั้นเนทไทด์บรรพบุรุษของเขายังจะแพงกว่าเป็นก่ายกอง เพียงแต่การที่ถูกขัดจังหวะด้วยมนุษย์ตัวอ้วนที่ไม่น่ารื่นรมย์ จักสร้างความขุ่นข้องให้เด็กหนุ่มเป็นอย่างมาก

อาร์ทิมิส ฟาวล์ตัดสินใจแล้ว ชั่วโมงนี้จะตั้งใจเรียนให้ไอ้อ้วนหัวล้านนั่น ได้รู้สำนึกว่าการขัดความคิดอันแยบยลของเขาด้วยของสวะๆ ใครหน้าไหนก็ต้องโดนดี!

รองศาสตราจารย์ ดร.ยูเรอนาล บูรเกนย์ วางกระเป๋าลงบนเคาท์เตอร์สำหรับอาจารย์หน้ากระดานไวท์บอร์ด ไขว้มือสองข้างไว้ด้านหลังและกวาดตามองไปรอบห้องเรียนอันอบอุ่นด้วยเครื่องทำความร้อนในฤดูหนาวนี้

สิ่งแรกที่สายตาของเขากวดฃาดไปคือเด็กชายร่างไม่เล็กไม่ใหญ่ผิวขาวเผือดจนแทบจะซีดทั้งดวงหน้าและลำคอระหง ผมสีดำสั้นตัดกับใบหน้าขาวเผือดนั้นถูกหวีไว้อย่างเรียบร้อย ดวงตาสีลูกโลกเข้มเกือบดำมองตรงมาที่เขาอย่างไม่เกรงกลัว ริมฝีปากสีแดงจัดห่อเม้มได้รูป นิ้วมือที่ได้รับการตัดและดูแลสะอาดสะอ้านประสานวางไว้บนโต๊ะเรียน เสื้อสูทที่ตัดไว้พอดีตัวนั้นกระชับให้เห็นสัดส่วนพอเหมาะกับตัวของเขา อาร์ทิมิสดูราวเทพบุตรบริสุทธิ์องค์น้อยๆ จุติลงมา

หากสัญญาณอันตรายที่ ศ.บูรเกนย์ มิได้รับรู้ถึงรอยยิ้มแกมโกงนั่น!

แม้แต่บัตเลอร์ที่อยู่ห่างจากที่นั่งของอาร์ทิมิสกว่า 2 ไมล์ เพียงเห็นจากกล้องส่องทางไกลตัวเลิศนี้ก็จักทำให้เขาไม่สามารถนั่งคุดคู้อยู่สุกได้ บ่าวร่างกำยำปรับระยะโฟกัสของกล้องส่องทางไกลเข้ามาอยู่ในระยะรอบตัว แล้วเปิดสัญญาณเรดาร์ไร้เสียงขึ้น ไม่มีมนุษย์คนใดอยู่ในรัศมีครึ่งไมล์รอบตัวเขา นั่นแปลว่าทางสะดวก

เพียงบัตเลอร์ขยับตัวเล็กน้อยก็ทำให้ที่กำบังเล็กๆ นั่นกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง

ให้ตายสิ ลืมเก็บไอ้ร่มยักษ์นี่อีกแล้ว มือหยาบกร้านคลำหาปุ่มที่ฝังอยู่ในตัวที่กำบัง เพียงสัมผัสเข้าจึกเดียวที่กำลังสีเงินนั่นก็หุบตัวเองอัตโนมัติจนเหลือขนาดเพียงเท่าฝ่ามือของเขา จากนั้นจึงซ่อนไว้ในพุ่มไม้จำลองข้างตัวอย่างแนบเนียนยากสังเกต แล้วหยิบชุดที่คล้ายจะเป็นชุดภารโรงขนาดใหญ่เท่าตัวของเขา มันดูซอมซ่อสมเป็นภารโรงจริงๆ ยิ่งกลิ่นยิ่งไม่น่าพูดถึง แต่บ่าวร่างยักษ์ก็บ่ยั่น

ในเวลาไม่ถึงนาทีบัตเลอร์ก็ออกมาจากที่ซ่อนอย่างเงียบกริบ พร้อมที่คีบขยะและถุงดำใบใหญ่ ตามเก็บขยะจำนวนน้อยนิดบนสนามกอล์ฟอย่างแนบเนียน จากนั้นจึงหลบฉากออกไปจากสนามกอล์ฟมุ่งหน้าสู่ตึกเรียนหลังใหญ่ที่นายน้อยของเขานั่งคอยอยู่

ศ.บูรเกนย์เริ่มสอนหลักฟิสิกส์ง่ายๆ ตามที่เด็กนักเรียนเกรด 7 ควรรับรู้ หากที่ผิดแผกแปลกไปสำหรับนักเรียนในห้องคือ อาร์ทิมิส ฟาวล์ ให้ความสนใจแก่บทเรียนนี้ พูดจาถามตอบฉะฉานกับ ศ.บูรเกนย์ ราวกำลังนั่งเรียนกันอยู่เพียงสองคน

ในสายตาของนักเรียนทั้งห้องนี่คือ สิ่งสยองขวัญ ที่จักทำให้โลมาชูชันทั้งอินทรีย์

ทาง ศ.บูรเกนย์ ก็รู้สึกทึ่งที่ได้พบเจอเด็กนักเรียนถูกใจเช่นนี้ ถึงเขาจะหมายตามาตั้งแต่เมื่อ 2 วันก่อนที่สวนกับอาร์ทิมิสตรงทางเดิน ด้วยท่าทางไม่แยแสและร่างแบบบางเช่นนั้นทำให้เขาเฝ้าตรองดูและหมายมาดจะมาสอนที่ห้องเรียนนี้ตลอด วันนี้เขารู้สึกทันที อาร์ทิมิส ฟาวล์ คือเด็กอัจฉริยะเป็นแน่แท้ เด็กหนุ่มวัย 14 ปีตรงหน้ากำลังสนทนากับเขาในเรื่องของฟิสิกส์ชั้นสูงในระดับมหาวิทยาลัยที่นักเรียนทั้งห้องไม่เข้าใจแม้แต่น้อยยังความทึ่งที่อาร์ทิมิสเปลี่ยนการเรียนฟิสิกส์พื้นฐาน เป็นฟิสิกส์ระดับปริญญา

อัจฉริยะอัจฉริยะแล้วยังร่างบางๆ นั่น

คำยกย่องและอารมณ์หื่นกามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในสมองของ ศ.บูรเกนย์ตลอดที่คุยกันเวลาก็ว่าได้ จนเสียงออดดังขึ้นเป็นสัญญาณบอกว่าจบชั่วโมงเรียน

หากความรู้สึกของ ศ.บูรเกนย์ยังไม่เพียงพอ สมองของเขายังคงสาละวนกับความอัจฉริยะไม่รู้จบที่อาร์ทิมิสได้แสดงให้เห็นและยังร่างแบบบางขาวผ่องนั่นอีก แค่เห็นลำคอก็อดใจแทบไม่ไหว เมื่อจบชั่วโมงเขาจึงให้อาร์ทิมิสตามไปโดยอ้างว่ามีเอกสารสำคัญที่ต้องการให้อาร์ทิมิสดู

นายน้อยแห่งฟาวล์รู้อยู่แก่ใจ หากยังไม่ได้ขยับกายตามศ.บูรเกนย์ไปแต่อย่างใด หางตาของอาร์ทิมิสชายไปนอกหน้าต่าง ที่พุ่มไม้นั่น บ่าวผู้ซื่อสัตย์ของเขารออยู่แล้ว!

ดวงตาสีลูกโลกที่เข้มจนเกือบดำของอาร์ทิมิสหรี่ลงน้อยๆ จากสายตาของคนภายนอกซึ่งไม่ได้เป็นคนใกล้ชิดของอาร์ทิมิสไม่สามารถดูออกได้แน่ว่าอาการคล้ายจะสัปหงกนั้นแท้จริงแล้วกำลังคิดแผนการใดอยู่!

มันเป็นจิตวิทยาของเขา ของ ดร. เอฟ. รอย ดีน ชลิปป์

บัตเลอร์ พี่รู้ไหมคนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าสิ่งที่ตนเห็นด้วยตาคือสิ่งที่เป็นความจริง และเกิดขึ้นจริง พวกเขาไม่รู้หรอกว่าได้ถูกอากัปกริยาภายนอกของคนเหล่านี้หลอกเอา ที่ผมชอบทำท่าเหมือนสัปหงกนั่นน่ะ ผมกำลังคิดแผนการต่างหากแผนการที่เฉียบคม!

อาร์ทิมิสหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง จ้องไปยังพุ่มไม้ที่บัตเลอร์ซ่อมตัวอยู่

ริมฝีปากเรียวบางสีแดงสดของอาร์ทิมิสจุดประกายรอยยิ้มเล็กน้อยด้วยความสะใจเพียงแว่บแล้วจึงเผยอออก หากไม่มีเสียงใดเล็ดลอด กระนั้นบัตเลอร์ก็จับความได้จากการอ่านปากซึ่งชำนิชำนาญเป็นที่ยิ่ง

แผนการจะเริ่ม เที่ยงคืน!

เลือดในร่างกำยำของบัตเลอร์ร้อนรุม แผนการนั้นคืนนี้แน่นอน!

เสร็จสิ้นจากสั่งการ อาร์ทิมิสจึงขยับเก้าอี้และเดินออกจากห้องโดยมีบัตเลอร์ติดตามอยู่นอกอาคารทุกฝีก้าว ระเบียงหินอ่อนแสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่งของเซนต์บาร์เทิลบี้นี้ปรากฏอยู่ทุกๆ ส่วนของอาคารเรียน แม้แต่ห้องน้ำภารโรงก็ได้รับการตกแต่งให้สวยเลิศ มากด้วยศิลปะสมัยเรอเนสซองส์ผสมกับศิลปะโรมันได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเสาโรมันรึเสาโมเสกแต่ละต้นต่างสลักเสลาประกอบภาพด้วยลวดลายวิจิตร ตลอดระเบียงทางเดินหากไม่มีชุดเกราะโบราณ หรือรูปปั้นของเทพยดา ก็ต้องมีรูปภาพราคาแพงหูขาดแขวนไว้ตลอดทาง

ห้องฟิสิกส์ขณะนี้กลายเป็นห้องส่วนตัวของ ศ.บูรเกนย์ไปเรียบร้อยเสียแล้ว หมูตอนหัวล้านที่มารออยู่ก่อนชงชาไว้ 2 ถ้วย สำหรับตัวเขา และอาร์ทิมิสหนุ่มน้อย

สิ่งหนึ่งที่อาร์ทิมิสรู้สึกสนเท่ห์นอกจากกลิ่นชาจัสมินหอมกรุ่นจากถ้วยละกาน้ำชาแล้ว คือกลิ่นที่ชวนให้สติสตังเลอะเลือน แต่ความที่ไหวพริบของหนุ่มน้อยไวเหลือประกอบกับสมองเฉียบได้ตัดสินใจในทันทีทันใดกำยาน!

อาร์ทิมิสย่างเท้าเข้ามาและนั่งลงบนโซฟาหน้าโต๊ะของ ศ.บูรเกนย์ ท่าทางภายนอกทำเหมือนเคลิบเคลิ้มอยู่ในทีเพื่อให้ไอ้หมูตอนชะล่าใจ

เอ้า ดื่มเสียก่อน ชาจัสมินอย่างดี สั่งตรงจากไทยเชียวนะ หาไม่ได้ง่ายๆ หรอก ศ.บูรเกนย์เลื่อนถ้วยชาหอมกรุ่นมาตรงหน้าเขา ดวงตาของอาร์ทิมิสเลื่อนลอย

ท่าทางเธอคงจะง่วงนะ ศ.บูรเกนย์ จิบชาในถ้วยของเขาช้าๆ พร้อมใช้สายตาแลปราดตั้งแต่หัวจรดเท้า

ครับ เสียงที่อาร์ทิมิสพยายามทำให้ฟังดูง่วงงุ่นดูจะตบตา ศ.หมูตอนได้ดีทีเดียว

อืม ฉันกะจะพาเธอมานั่งดื่มชาแล้วถกเรื่องฟิสิกส์ต่อเสียหน่อย แต่ท่าทางเธอคงไม่ไหว หรือเธอไหว?

ผมไม่ไหวครับ คำตอบของเขามักจะสั้นๆ อยู่เสมองั้นหรือ ศ.บูรเกนย์ คิดอย่างว่องไว

น่าเสียดายนะ ฉันอยากจะคุยกับเธอต่อมากจริงๆ ถ้าเธอจะสละเวลาสักนิดในคืนนี้ แม้ปากจะพูดอย่างนั้น แต่สายตาแฉล้มไปรอบตัวอาร์ทิมิส

แต่ผมไม่มีเวลา เห็นจะไม่ได้ละครับ อาร์ทิมิสตอบปฏิเสธทันทีทันใด แต่ ศ.บูรเกนย์ ก็ออกตัวเสียก่อน

แต่ฉันคิดว่าเธอควรตรองให้ดีนะ เขากล่าวพร้อมวางภาพโพราลอยด์ลงตรงหน้าอาร์ทิมิส เด็กหนุ่มหยิบมาดู

ทันใดนัยน์ตาสีลูกโลกเข้มจัดก็จ้องไปที่ ศ.บูรเกนย์ อย่างถมึงทึง รูปใบนี้ภาพของเขากับบัตเลอร์จูบกันเมื่อเช้าในหอพัก ไอ้หมูนี่ถ่ายมาได้ยังไง

คุณต้องการอะไร เสียงเยียบเย็นออกมาจากปากของเด็กหนุ่ม ศ.บูรเกนย์สะท้านไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปาก

เธอร่างกายของเธอ แลกกับการปิดปากเรื่องนี้ให้สนิท ความหวังของเขาใกล้จะเป็นจริงแล้ว ร่างบางๆ นี่จะต้องดิ้นพล่านอยู่ใต้ร่างของเขา

ได้ครับ เที่ยงคืน ดร.ว่างไหมครับ เขาไม่ต้องการอยู่ภายใต้การควบคุมของไอ้เฒ่านี่ จึงยังออกตัวก่อนตามที่คนคุ้นเคยกับการเป็นเจ้าคนนายคนกระทำอยู่เสมอ

และเมื่อเสือทอดสะพานดาวให้ตามที่โดนบังคับ ย่อมแน่นอนที่หมูป่าหิวกระหายจะเดินเข้ามารับ

แน่นอน เที่ยงคืน ที่นี่ใช่ไหม? เจ้าของน้ำเสียงลิงโลดแทบจะกระโดดออกมาเต้นเสียให้ได้ ไม่ได้รู้ตัวแม้แต่น้อยว่าได้ก้าวเข้ามาสู่กับดักของเสือแล้ว เสือที่แสนเจ้าเล่ห์

ก็ได้ครับหากท่าน ศ. ต้องการ น้ำเสียงเขาปนด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์โจ่งแจ้ง แต่ ศ.บูรเกนย์ก็ไม่ได้เอะใจ ด้วยความที่การตกลงกำลังสำฤทธิ์

ตกลงฉันจะรอ เที่ยงคืน! เธอห้ามมาสายแม้แต่นาทีเดียว หมูโง่เริ่มว่าง่าย โดยไม่ได้นึกถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้เลย

อาร์ทิมิสมองออกไปนอกหน้าต่าง บัตเลอร์แอบอยู่ใต้กำแพง รับรู้ และ รับฟังเรื่องทั้งหมด! ถึงเวลาแห่งความสนุกแล้ว สายตาสองคู่ประสาน ทั้งอาร์ทิมิสและบัตเลอร์ยิ้มพร้อมๆ กันอย่างไม่รู้ตัว หากยิ้มของอาร์ทิมิสช่างเย็นเยียบจนใครก็ตามที่เห็นอาจตัวสั่นงักงก แม้แต่บัตเลอร์ก็เถอะ

แผนการเริ่มเที่ยงคืน!


edit @ 2007/03/21 21:34:08
edit @ 2007/04/21 17:17:54

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry